เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

แฟนซื้อทรัพย์สินร่วมกัน ด และ ท เป็นแฟนกัน คบกันมาสักระยะ จึงซื้อรถยนต์ร่วมกัน โดย การซื้อรถยนต์ร่วมกัน ด เป็นคนดาวน์ พี่สาว ท เป็นคนค้ำประกัน เข้าใจว่า รถเป็นชื่อ ด ด้วย อยู่ไป สองปี

Read More »

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

9 กย 2558 พระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ 2558 ได้ครบกำหนดให้มีผลบังคับใช้ได้แล้ว ชวนกันมาดู ว่าเราจะเข้าใช้อย่างไรนะ ? มีขั้นตอนอะไรบ้าง กรณีตัวอย่าง 2 กรณีที่ยกขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจง่าย

Read More »

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

การทำพินัยกรรมเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจให้คู่ชีวิตของตน เมื่อกฎหมาย สมรส ยังไม่รองรับเรา

Read More »

Sex Toys 102 อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา

Sex Toys 102 อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา

อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา คราวที่แล้วเราได้ทำความเข้าใจกับการเกิดขึ้นของเซ็กส์ทอยกันแล้วนะคะ วันนี้เรามาดูประเภทของเซ็กส์ทอยแบบกว้างๆกันก่อนเลยดีกว่า

Read More »

test

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

 การทำพินัยกรรมเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจให้คู่ชีวิตของตน เมื่อกฎหมาย สมรส ยังไม่รองรับเรา

            ปัจจุบันเนื่องจาก คู่รักเพศเดียวกัน หรือคู่รักที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด
และคู่รักเหล่านั้นไม่
สามารถจดทะเบียนสมรสได้
ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน

            และด้วยเหตุที่ไม่สามารถทำการจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน
ทำให้คู่รักของตนไม่ว่าจะอยู่ด้
วยกันมานานแค่ไหน ก็ไม่เป็นทายาทโดยธรรมของกองมรดกของคู่รักอีกฝ่ายในฐานะที่เป็นเจ้
ามรดกนั้น

            ดังนี้ หากต้องการให้ทรัพย์สิน หรือเงินก้อนเล็กๆที่ร่วมกันสร้างร่วมกันเก็บมาให้แก่อีก
ฝ่
ายเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจว่า หากเมื่อเราตายลงแล้ว คู่ชีวิตของเราคงจะไม่ลำบากมากนัก
เพราะยังมีเงินออมและหรือทรัพย์
สินที่ร่วมกันทำมาหาได้ เอาไว้เลี้ยงชีวิตในวันที่
เราไม่ได้อยู่ดูแลเขาอีกแล้ว 

            เมื่อยังจดทะเบียนสมรสไม่ได้ ยังไม่เป็นทายาทโดยธรรม
ดังนั้นการที่เราจะมอบทรัพย์สิ
นอย่างใดให้คนที่ไม่ใช้ทายาทโดยธรรม เราจึงต้องทำพินัยกรรมเพื่อมอบ
ให้แก่บุคคลที่เรารักนั้นเป็
นการเฉพาะลงไป โดยการทำพินัยกรรม

 

พินัยกรรมคืออะไร[1]  

                ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ในคำจำกัดความของ “พินัยกรรม”
ว่าเป็
นเอกสารแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือในการต่างๆ
อันจะทำให้เป็นผลบังคั
บตามกฎหมาย เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย

            เมื่อบุคคลใดตาย ถ้าทำพินัยกรรมไว้ มรดกก็จะตกทอดแก่บุคคลที่ผู้ตายได้ระบุไว้ในพินัยกรรม
หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกก็จะตกทอดแก่บุคคลซึ่งเป็
นคู่สมรสและญาติของผู้ตายตามส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้
ดังนั้นถ้าท่านต้องการให้ทรัพย์
มรดกของท่านตกให้แก่ใคร ก็จะต้องทำพินัยกรรมยกให้แก่บุคคลนั้น
การทำพินัยกรรมเป็
นการแสดงเจตนาของผู้ที่จะเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินของตน หลังจากที่ตนได้ตายไป
เพื่อตัดปัญหายุ่งยากเกี่ยวกั
บการแย่งชิงมรดก ในการทำพินัยกรรมจะต้องทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย
มิฉะนั้น อาจจะมีข้อโต้เถียงกันภายหลั
งได้

พินัยกรรมมีกี่ประเภท?

 1. พินัยกรรมแบบธรรมดา  
(1) ต้องทำพินัยกรรมเป็นหนังสือ
(2) พินัยกรรมที่ทำขึ้นต้องลงวันที่ เดือน ปี ขณะที่ทำพินัยกรรม ถ้าไม่ลงไว้พินัยกรรมเป็นโมฆะ
(3) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกัน แล้วให้พยานทั้งสองนั้นลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้ทำ พินัยกรรมใน ขณะ นั้นด้วย ซึ่งพยานที่ลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวจะต้องเขียนชื่อตัวเองเป็น มิฉะนั้นแล้วไม่สามารถเป็นพยานในพินัยกรรมได้
(4) ถ้าจะมีการแก้ไขพินัยกรรมโดยการขูดลบตกเติมจะต้องทำเป็น หนังสือ ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำพินัยกรรม                          ต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่าง น้อย 2 คนพร้อมกัน 

 
 
 

 

 2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความในพินัยกรรมเป็นหนังสือด้วย ลายมือตนเองจะให้ผู้อื่นเขียนให้มิได้
(2) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงวันที่ เดือน ปี และลายมือชื่อของตนใน พินัยกรรม จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยาน                         รับรอง 2 คนไม่ได้
(3) กรณีที่จะมีการขูดลบ ตกเติม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องทำเอง แล้วลงลายมือ                       ชื่อกำกับ มิฉะนั้นพินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ลงไว้ใน พินัยกรรมของตนต่อนายอำเภอต่อหน้า                               พยานอีกอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน
(2) การแจ้งข้อความตามข้อ (1) ก็เพื่อให้ผู้อำนวยการเขต หรือนาย อำเภอจดข้อความเสร็จแล้วต้องอ่านให้ผู้                         ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
(3) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความนั้นถูกต้อง แล้ว ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
(4) ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ ต้องลงลายมือชื่อและลงวัน เดือน ปี พร้อมกับเขียนลงไปในพินัยกรรมด้วยว่า พินัยกรรมนั้นได้ทำถูกต้องเสร็จแล้วประทับตราประจำตำแหน่ง
(5) กรณีที่มีการขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแบบ เอกสารฝ่ายเมืองนี้ ผู้ทำพินัยกรรม พยาน                          และผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอจะ ต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ มิฉะนั้น พินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
(2) ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำพินัยกรรมใส่ซองแล้วปิดผนึก เสร็จแล้วลง ลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
(3) ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น ไปแสดงต่อผู้อำนวย การเขต หรือนายอำเภอ และพยานอีกอย่าง                       น้อย 2 คน และให้ถ้อยคำต่อบุคคล ทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เป็น ผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้เขียนให้ทราด้วย
(4) เมื่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ จดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่นำพินัยกรรมมาแสดง                        ไว้บนซอง และประทับตราประจำตำแหน่งแล้ว ผู้ทำพินัยกรรม พยานและผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอต้องลงลายมือชื่อ
(5) การขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ผู้ทำพินัย กรรมต้องลงลายมือกำกับไว้ มิฉะนั้น                                พินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

 5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงความประสงค์จะทำพินัยกรรมต่อหน้า พยาน 2 คนพร้อมกัน ซึ่งอยู่ ณ ที่นั้น
(2) พยานทั้ง 2 คนนั้นต้องไปแสดงตัวต่อผู้อำนวยการเขต หรือนาย อำเภอโดยไม่ชักช้าและแจ้งข้อความที่ผู้                           ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจา ทั้งต้องแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและ พฤติการณ์พิเศษด้วย
(3) ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ ต้องจดข้อความที่พยานแจ้ง ดังกล่าว

 

(4) พยานทั้ง 2 คนต้องลงลายมือชื่อไว้ ถ้าเขียนชื่อตนเองไม่เป็นจะลง ลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงชื่อ                                 รับรองลายพิมพ์นิ้วมืออย่างน้อย 2 คนก็ได้

พินัยกรรมที่แนะนำที่สุดคือ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง[2] 

           ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  บรรพ 6 มาตรา 1658 พินัยกรรมนั้น
จะทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองก็ได้ กล่าวคือ

            (1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่กรมการอำเภอ
ต่อหน้าพยานอีกอย่
างน้อย 2 คนพร้อมกัน

            (2) กรมการอำเภอต้องจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบนั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง

            (3) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความที่กรมการอำเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกันกับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

            (4) ข้อความที่กรมการอำเภอจดไว้นั้น ให้กรมการอำเภอลงลายมือชื่อ และลงวัน เดือน ปี
ทั้งจดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคั
ญว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติอนุมาตรา 1 ถึง 3 ข้างต้น แล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ

            การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม พยาน และกรมการอำเภอจะได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้

    และที่กล่าวไว้ในมาตรา 1659    
การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมื
องนั้น จะทำนอกที่ว่าการอำเภอก็ได้ เมื่อมีการร้องขอเช่นนั้น

            วิธีปฏิบัติและข้อแนะนำการทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

          การทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 บัญญัติให้กรมการอำเภอเป็นผู้ทำ

             ต่อมามีพระราชบัญญัติระเบียบราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 มาตรา 40  วรรคสาม บัญญัติให้โอนอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกรมการอำเภอไปเป็นอำนาจและหน้าที่ของนายอำเภอ การทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองในปัจจุบันจึงตกเป็นอำนาจและหน้าที่ของนายอำเภอเป็นผู้ทำ[3]

            ซึ่งถ้านายอำเภอไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามปกติก็ตกเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา 42   

 แต่การที่นายอำเภอมาปฏิบัติราชการอยู่แต่ติดราชการจะไปท้องที่ (ออกตรวจท้องที่ ) จึงสั่งให้ปลัดอำเภอช่วยไปทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองแทนเพื่อให้งานเสร็จไปโดยเร็วนั้น ปลัดอำเภอผู้นั้นเป็นแต่เพียงผู้ทำงานแทนนายอำเภอ หาเป็นผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอไม่ จึงไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองแทนนายอำเภอ 

            สำหรับกรุงเทพมหานครนั้น มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518  มาตรา 16 ให้หัวหน้าเขตมีอำนาจหน้าที่ตามที่มีกฎหมายใดๆ บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอ ดังนั้นการทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่กรุงเทพมหานครจึงตกเป็นหน้าที่ของหัวหน้าเขต ดังนั้นการทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่กรุงเทพมหานครจึงตกเป็นอำนาจและหน้าที่ของหัวหน้าเขตนั้นๆเป็นผู้ทำ

           ดังนี้ ผู้ที่ประสงค์จะทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ต้องไปติดต่อที่สำนักงานเขตหากอยู่ในกรุงเทพฯ หรือที่ว่าการอำเภอแห่งใดก็ได้

 

            โดยขอทำที่สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอแห่งใดก็ได้ หากประสงค์จะขอทำพินัยกรรมนอกสำนักงานเขตหรือนอกที่ว่าการอำเภอก็ได้แต่ต้องอยู่ภายในท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การอำเภอนั้นๆ ด้วย

            ค่าธรรมเนียม[4]การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองทำในสำนักงานเขต 50 บาท ทำนอกสำนักงาน 100 บาท สำเนาคู่ฉบับๆ ละ 10 บาท ค่าพยานไม่เกินวันละ 50 บาท

            หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ คือ

            1. เอกสารสิทธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน, ใบหุ้น

            2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ทำพินัยกรรม

            3. สำเนาทะเบียนบ้าน

            4. พยานอย่างน้อย 2 คน (ถ้ามี) หากไม่มีพยานไปด้วย เขตหรืออำเภอคงจัดหาให้ได้โดยคิดค่า       ป่วยการพยาน

            ผู้ทำพินัยกรรมต้องแจ้งข้อความที่ประสงค์จะให้ปรากฏในพินัยกรรมให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี และต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกัน

            เมื่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณีจดข้อความตามที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบและอ่านให้ผู้ทำพินัยกรรมฟังแล้ว ผู้ทำพินัยกรรมและพยานต้องลงลายมือชื่อไว้

            ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณีต้องลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ทั้งลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคัญว่า พินัยกรรมได้ทำขึ้นถูกต้องตามขั้นตอนที่บัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 อนุมาตรา (1) ถึง (3) แล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ

            ผู้ทำพินัยกรรมจะมอบพินัยกรรมนั้นไว้แก่ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอแล้วแต่กรณีก็ได้ โดยจะได้ใบพินัยกรรมยึดถือไว้ หรือหากผู้รับพินัยกรรมอาจขอรับพินัยกรรมไปเก็บไว้เองโดยลงลายมือชื่อขอรับพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นในสมุดทะเบียนก็ได้

           การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นไม่สมบูรณ์เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม พยาน และผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอแล้วแต่กรณี ได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้

            พินัยกรรมซึ่งได้ทำแบบเอกสารฝ่ายเมือง ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอแล้วแต่กรณี จะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไม่ได้ในระหว่างที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่และผู้ทำพินัยกรรมจะเรียกให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอส่งมอบพินัยกรรมนั้นแก่ตนในเวลาใดๆ ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ จำต้องส่งมอบให้ (มาตรา 1662 วรรคหนึ่ง) ก่อนส่งมอบพินัยกรรม ให้ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี คัดสำเนาพินัยกรรมไว้แล้วลงลายมือชื่อประทับตราตำแหน่งเป็นสำคัญ สำเนาพินัยกรรมนั้นจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไม่ได้ในระหว่างที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ (มาตรา 1662 วรรคสอง)

การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง[5]  

1. รับคำขอจดทะเบียนพินัยกรรม แบบ พ.ก.1

2. ตรวจสอบหลักฐานอันได้แก่

- บัตรประจำตัวประชาชน

- ทะเบียนบ้าน

- หลักฐานทรัพย์สิน ที่จะทำพินัยกรรม

3. ตรวจสอบคุณสมบัติ

3.1 ผู้รับพินัยกรรม

- บุคคลสัญชาติไทย (กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้แต่อย่างใด)

-  ถ้าเป็นบุคคลต่างชาติ สามารถรับทรัพย์จากพินัยกรรมได้ยกเว้น ที่ดิน

3.2 ผู้จัดการมรดก

- บุคคลสัญชาติไทย 

- มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์

- มีมากกว่า 1 คนก็ได้

-จะเป็นบุคคลเดียวกับผู้รับพินัยกรรมหรือเป็นบุคคลอื่นก็ได้

3.3 พยานบุคคล อย่างน้อย 2 คน

- ต้องบรรลุนิติภาวะมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์

- ไม่เป็นผู้รับพินัยกรรมหรือคู่สมรสของผู้ทำพินัยกรรม 

4. จัดทำพินัยกรรมตามแบบ พก .2 พร้อมคู่ฉบับ

5. ลงรายการในสมุดควบคุมการจดทะเบียนพินัยกรรม

6. ลงรายการในแบบ พ.ก.7 (ใบรับพินัยกรรม)

7. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 50 บาท คู่ฉบับ 10 บาท

8. จัดพิมพ์ซองพินัยกรรม

9. เสนอผู้มีอำนาจลงนาม

10. ส่งมอบพินัยกรรมคู่ฉบับ

11. นำส่งเงินค่าธรรมเนียม (ฝ่ายการคลัง)


 

กฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๓)[6]

ออกตามความในมาตรา ๑๖๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ

พาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

พุทธศักราช ๒๔๗๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้  ดังต่อไปนี้

                        ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๙ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความใน

มาตรา ๑๖๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                        "ข้อ ๑๙  ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม  ดังต่อไปนี้

                        (๑) ค่าทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ในที่ว่าการอำเภอ ฉบับละ ๕๐ บาทถ้าจะทำ

                        เป็นคู่ฉบับ ๆ ละ ๑๐ บาท

                        (๒) ค่าทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง นอกที่ว่าการอำเภอ ฉบับละ ๑๐๐ บาท

                        ถ้าจะทำเป็นคู่ฉบับ ๆ ละ ๒๐ บาท

                        (๓) ค่าทำพินัยกรรมแบบเอกสารลับ  ฉบับละ ๒๐ บาท

                        (๔) ค่าทำหนังสือตัด หรือถอนการตัดทายาทโดยธรรม มิให้รับมรดกหรือสละมรดก

                        ฉบับละ ๒๐ บาท

                        (๕) ค่ารับมอบเก็บรักษาเอกสารที่ระบุไว้ใน (๔) ฉบับละ ๒๐ บาท

                        (๖) ค่าคัด และรับรองสำเนาพินัยกรรม หรือเอกสารที่ระบุไว้ใน (๔)  ฉบับละ ๑๐ บาท

                        (๗) ค่าป่วยการพยานและล่าม ให้ได้แก่พยานและล่ามเฉพาะที่ทางอำเภอจัดหา

                        โดยพิจารณาจ่ายตามรายได้  และฐานะของพยานและล่าม  ซึ่งควรได้รับค่าป่วยการ

                        เมื่อมาอำเภอไม่เกินวันละ ๕๐ บาท"

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

                                                             พลเอก ป. จารุเสถียร

                                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ:-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียม

การจดทะเบียนพินัยกรรมตามความในข้อ ๑๙ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความใน

มาตรา ๑๖๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไว้ตาม

สภาพที่เป็นอยู่ในสมัยเมื่อประกาศใช้  ต่อมาสถานการณ์ทางการเงินเปลี่ยนแปลงไป  จึงสมควร

กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

[รก.๒๕๐๓/๗๘/๘๒๑/๒๗ กันยายน ๒๕๐๓]

 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการทำพินัยกรรมคือ พินัยกรรมนั้นฉบับที่ได้ทำขึ้นเป็นฉบับสุดท้ายก่อนเสียชีวิตของเจ้ามรดก เป็นฉบับที่ใช้ กล่าวคือหากมีฉบับอื่นก่อนหน้านั้นที่ทำขึ้น จะถือเนื้อความในฉบับสุดท้ายเป็นเครื่องยืนยันเจตนา สุดท้ายของผู้ทำพินัยกรรม 


และสิ่งสำคัญกว่านั้น ความรักมีเกิดขึ้นย่อมมีหมดไปเป็นธรรมดา เมื่อเราทำพินัยกรรมฝ่ายเมือง ให้แก่คนรักของเราในขณะรักกันอยู่. ต่อมาหากเลิกรากันไป และยังมีพินัยกรรมฉบับนั้นเก็บอยู่ที่สำนักงานเขตฯหรืออำเภอ เราจะต้องไม่ลืม ที่จะไปเพิกถอนพินัยกรรมดังกล่าวด้วย 


ทนายพรีส จากดาวไม้บรรทัด 


[1]  พ.ต.อ.หญิง วราภรณ์ ภูวรัตนกุล รอง ผบก.กง.http://www.pantown.com/group.php?display=content&id=13657&name=content56&area=

[2] นายเกียรติชัย อุตมา http://www.gotoknow.org/posts/502360

[3] http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/jud/th/thsc/2515/cd_5096.htmเลขที่ฎีกา1612/2515

[4] http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/legis/compe/th/minister/2503/bb03-2B-2503-002.htm

[5] http://office.bangkok.go.th/bkum/CoP/govDisposition.pdf เอกสารฝ่ายปกครองสำนักงานเขตบึงกุ่ม

[6]  http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/legis/compe/th/minister/2503/bb03-2B-2503-002.htm



 ตัวอย่างคำร้องพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองและแบบพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง 
 
http://203.155.220.217/thonburi/myweb/news4/news4_02_pokkong_01.html


าวน์โหลดพินัยกรรมแบบต่าง ๆ
http://www.thaifranchisecenter.com/download_file/index.php?group=50



บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

แฟนซื้อทรัพย์สินร่วมกัน ด และ ท เป็นแฟนกัน คบกันมาสักระยะ จึงซื้อรถยนต์ร่วมกัน โดย การซื้อรถยนต์ร่วมกัน ด เป็นคนดาวน์ พี่สาว ท เป็นคนค้ำประกัน เข้าใจว่า รถเป็นชื่อ ด ด้วย อยู่ไป สองปี

Read More »

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

9 กย 2558 พระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ 2558 ได้ครบกำหนดให้มีผลบังคับใช้ได้แล้ว ชวนกันมาดู ว่าเราจะเข้าใช้อย่างไรนะ ? มีขั้นตอนอะไรบ้าง กรณีตัวอย่าง 2 กรณีที่ยกขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจง่าย

Read More »

แฟนกันทะเลาะกันอีกฝ่ายแจ้งความลักทรัพย์

แฟนกันทะเลาะกันอีกฝ่ายแจ้งความลักทรัพย์

จะแจ้งความจับคิดดีดี เจอคดีแจ้งความเท็จนะคะ อย่าไปแจ้งความจับใครมั่วๆ ไม่ดีหรอก ถ้าเรารู้อยู่แก่ใจว่า อีกฝ่ายไม่ได้ทำ จะโดนมิใช่น้อยเลย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

Read More »

ทะเลาะกับแฟน ขึ้นโรงพัก

ทะเลาะกับแฟน ขึ้นโรงพัก

มีแฟนไม่ดี มีแฟนทำร้ายร่างกายแฟนตบ แฟนตี ทำยังไงดี ทนายพรีสมีคำตอบ

Read More »