เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

เมื่อคู่รักไม่มีทะเบียน ซื้อทรัพย์ร่วมกัน แยกทางกัน ใครจะได้อะไร

แฟนซื้อทรัพย์สินร่วมกัน ด และ ท เป็นแฟนกัน คบกันมาสักระยะ จึงซื้อรถยนต์ร่วมกัน โดย การซื้อรถยนต์ร่วมกัน ด เป็นคนดาวน์ พี่สาว ท เป็นคนค้ำประกัน เข้าใจว่า รถเป็นชื่อ ด ด้วย อยู่ไป สองปี

Read More »

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

พรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ใครใช้? ใครได้? ใครเสีย?

9 กย 2558 พระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พศ 2558 ได้ครบกำหนดให้มีผลบังคับใช้ได้แล้ว ชวนกันมาดู ว่าเราจะเข้าใช้อย่างไรนะ ? มีขั้นตอนอะไรบ้าง กรณีตัวอย่าง 2 กรณีที่ยกขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจง่าย

Read More »

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

การทำพินัยกรรมเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจให้คู่ชีวิตของตน เมื่อกฎหมาย สมรส ยังไม่รองรับเรา

Read More »

Sex Toys 102 อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา

Sex Toys 102 อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา

อันไหนที่ใช่? เซ็กส์ทอยของเรา คราวที่แล้วเราได้ทำความเข้าใจกับการเกิดขึ้นของเซ็กส์ทอยกันแล้วนะคะ วันนี้เรามาดูประเภทของเซ็กส์ทอยแบบกว้างๆกันก่อนเลยดีกว่า

Read More »

test

พินัยกรรมสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

 การทำพินัยกรรมเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจให้คู่ชีวิตของตน เมื่อกฎหมาย สมรส ยังไม่รองรับเรา

            ปัจจุบันเนื่องจาก คู่รักเพศเดียวกัน หรือคู่รักที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด
และคู่รักเหล่านั้นไม่
สามารถจดทะเบียนสมรสได้
ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน

            และด้วยเหตุที่ไม่สามารถทำการจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน
ทำให้คู่รักของตนไม่ว่าจะอยู่ด้
วยกันมานานแค่ไหน ก็ไม่เป็นทายาทโดยธรรมของกองมรดกของคู่รักอีกฝ่ายในฐานะที่เป็นเจ้
ามรดกนั้น

            ดังนี้ หากต้องการให้ทรัพย์สิน หรือเงินก้อนเล็กๆที่ร่วมกันสร้างร่วมกันเก็บมาให้แก่อีก
ฝ่
ายเพื่อเป็นหลักประกันแห่งความสบายใจว่า หากเมื่อเราตายลงแล้ว คู่ชีวิตของเราคงจะไม่ลำบากมากนัก
เพราะยังมีเงินออมและหรือทรัพย์
สินที่ร่วมกันทำมาหาได้ เอาไว้เลี้ยงชีวิตในวันที่
เราไม่ได้อยู่ดูแลเขาอีกแล้ว 

            เมื่อยังจดทะเบียนสมรสไม่ได้ ยังไม่เป็นทายาทโดยธรรม
ดังนั้นการที่เราจะมอบทรัพย์สิ
นอย่างใดให้คนที่ไม่ใช้ทายาทโดยธรรม เราจึงต้องทำพินัยกรรมเพื่อมอบ
ให้แก่บุคคลที่เรารักนั้นเป็
นการเฉพาะลงไป โดยการทำพินัยกรรม

 

พินัยกรรมคืออะไร[1]  

                ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ในคำจำกัดความของ “พินัยกรรม”
ว่าเป็
นเอกสารแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือในการต่างๆ
อันจะทำให้เป็นผลบังคั
บตามกฎหมาย เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย

            เมื่อบุคคลใดตาย ถ้าทำพินัยกรรมไว้ มรดกก็จะตกทอดแก่บุคคลที่ผู้ตายได้ระบุไว้ในพินัยกรรม
หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกก็จะตกทอดแก่บุคคลซึ่งเป็
นคู่สมรสและญาติของผู้ตายตามส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้
ดังนั้นถ้าท่านต้องการให้ทรัพย์
มรดกของท่านตกให้แก่ใคร ก็จะต้องทำพินัยกรรมยกให้แก่บุคคลนั้น
การทำพินัยกรรมเป็
นการแสดงเจตนาของผู้ที่จะเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินของตน หลังจากที่ตนได้ตายไป
เพื่อตัดปัญหายุ่งยากเกี่ยวกั
บการแย่งชิงมรดก ในการทำพินัยกรรมจะต้องทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย
มิฉะนั้น อาจจะมีข้อโต้เถียงกันภายหลั
งได้

พินัยกรรมมีกี่ประเภท?

 1. พินัยกรรมแบบธรรมดา  
(1) ต้องทำพินัยกรรมเป็นหนังสือ
(2) พินัยกรรมที่ทำขึ้นต้องลงวันที่ เดือน ปี ขณะที่ทำพินัยกรรม ถ้าไม่ลงไว้พินัยกรรมเป็นโมฆะ
(3) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกัน แล้วให้พยานทั้งสองนั้นลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้ทำ พินัยกรรมใน ขณะ นั้นด้วย ซึ่งพยานที่ลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวจะต้องเขียนชื่อตัวเองเป็น มิฉะนั้นแล้วไม่สามารถเป็นพยานในพินัยกรรมได้
(4) ถ้าจะมีการแก้ไขพินัยกรรมโดยการขูดลบตกเติมจะต้องทำเป็น หนังสือ ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำพินัยกรรม                          ต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่าง น้อย 2 คนพร้อมกัน 

 
 
 

 

 2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความในพินัยกรรมเป็นหนังสือด้วย ลายมือตนเองจะให้ผู้อื่นเขียนให้มิได้
(2) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงวันที่ เดือน ปี และลายมือชื่อของตนใน พินัยกรรม จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยาน                         รับรอง 2 คนไม่ได้
(3) กรณีที่จะมีการขูดลบ ตกเติม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องทำเอง แล้วลงลายมือ                       ชื่อกำกับ มิฉะนั้นพินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ลงไว้ใน พินัยกรรมของตนต่อนายอำเภอต่อหน้า                               พยานอีกอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน
(2) การแจ้งข้อความตามข้อ (1) ก็เพื่อให้ผู้อำนวยการเขต หรือนาย อำเภอจดข้อความเสร็จแล้วต้องอ่านให้ผู้                         ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
(3) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความนั้นถูกต้อง แล้ว ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
(4) ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ ต้องลงลายมือชื่อและลงวัน เดือน ปี พร้อมกับเขียนลงไปในพินัยกรรมด้วยว่า พินัยกรรมนั้นได้ทำถูกต้องเสร็จแล้วประทับตราประจำตำแหน่ง
(5) กรณีที่มีการขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแบบ เอกสารฝ่ายเมืองนี้ ผู้ทำพินัยกรรม พยาน                          และผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอจะ ต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ มิฉะนั้น พินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
(2) ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำพินัยกรรมใส่ซองแล้วปิดผนึก เสร็จแล้วลง ลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
(3) ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น ไปแสดงต่อผู้อำนวย การเขต หรือนายอำเภอ และพยานอีกอย่าง                       น้อย 2 คน และให้ถ้อยคำต่อบุคคล ทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เป็น ผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้เขียนให้ทราด้วย
(4) เมื่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ จดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่นำพินัยกรรมมาแสดง                        ไว้บนซอง และประทับตราประจำตำแหน่งแล้ว ผู้ทำพินัยกรรม พยานและผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอต้องลงลายมือชื่อ
(5) การขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขพินัยกรรมแบบเอกสารลับ ผู้ทำพินัย กรรมต้องลงลายมือกำกับไว้ มิฉะนั้น                                พินัยกรรมในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์
 
 

 

 5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา 
(1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงความประสงค์จะทำพินัยกรรมต่อหน้า พยาน 2 คนพร้อมกัน ซึ่งอยู่ ณ ที่นั้น
(2) พยานทั้ง 2 คนนั้นต้องไปแสดงตัวต่อผู้อำนวยการเขต หรือนาย อำเภอโดยไม่ชักช้าและแจ้งข้อความที่ผู้                           ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจา ทั้งต้องแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและ พฤติการณ์พิเศษด้วย
(3) ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ ต้องจดข้อความที่พยานแจ้ง ดังกล่าว

 

(4) พยานทั้ง 2 คนต้องลงลายมือชื่อไว้ ถ้าเขียนชื่อตนเองไม่เป็นจะลง ลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงชื่อ                                 รับรองลายพิมพ์นิ้วมืออย่างน้อย 2 คนก็ได้

พินัยกรรมที่แนะนำที่สุดคือ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง[2] 

           ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  บรรพ 6 มาตรา 1658 พินัยกรรมนั้น
จะทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองก็ได้ กล่าวคือ

            (1) ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่กรมการอำเภอ
ต่อหน้าพยานอีกอย่
างน้อย 2 คนพร้อมกัน

            (2) กรมการอำเภอต้องจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบ